จากโลกกว้างไกล เมื่อพระอาทิตย์กล่าวแก่การรับรู้ของมนุษย์ และปิติจากเบื้องลึกแห่งดวงจิต รวมเป็นหนึ่งกับแสงสว่างในการมองเห็น จากสิ่งห่อหุ้มตัวตน ความคิดจากห้วงแดนแสนไกลได้ผุดขึ้น และผูกโยงมนุษย์อย่างเลือนราง เข้ากับการดำรงอยู่แห่งจิตวิญญาณ
จากภายนอกโลกแห่งผัสสะ พลังความคิดสูญเสียตัวตน โลกจิตวิญญาณค้นพบ ต้นอ่อนแห่งมนุษย์อีกครั้ง ซึ่งมาจากเมล็ดพันธุ์ในโลกจิตวิญญาณ หากแต่ผลแห่งดวงจิต ต้องถูกค้นพบภายในตัวมันเอง
สิ่งนั้นจึงกล่าวแก่จักรวาลว่า ด้วยการละวางตัวตน และระลึกถึงสภาวะแรกเริ่ม ปัจเจกแห่งมนุษย์ได้งอกงาม ในตัวเจ้า, หากปลดปล่อยตัวข้า จากพันธนาการของตนเองได้ ข้าจักหยั่งลึกถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวข้า
ข้ารู้สึกถึงแก่นแท้ตัวตนข้า ความรู้สึกจึงกล่าวว่า โลกซึ่งแสงอาทิตย์ส่องสว่าง รวมเป็นหนึ่งกับกระแสธารแห่งแสง จะมอบความอบอุ่น สู่ความคิด เพื่อความกระจ่างแจ้ง พันผูกมนุษย์และโลก รวมเป็นเอกภาพอย่างมั่นคง
แสงสว่างจากเบื้องลึกจิตวิญญาณ ทอสานงอกงามในห้วงแห่งเทศะ เปิดเผยพลังการสร้างสรรค์ของพระองค์ ในพระองค์ท่าน ชีวิตแห่งดวงจิตฉานฉาย แผ่ขยายสู่ชีวิตแห่งโลก และฟื้นคืนชีพ จากพลังภายในตัวตนอันคับแคบ
ตัวตนข้าเกิดจากความเป็นตัวเอง และกลับค้นพบตนเอง ในพลังแห่งกาลและห้วงแดน ราวโลกสำแดงเปิดเผย โลกผุดพรายขึ้นแก่ข้าในทุกที่ ดังภาพต้นแบบแห่งองค์พระ เป็นสัจจะภาพสะท้อนแห่งตัวข้าเอง
ตัวตนข้าดูเหมือนจะหนีหาย จากแสงแห่งโลก ดึงดูดทรงพลัง แต่พลังอำนาจแห่งท่าน เข้ามาสู่การล่วงรู้ของข้า พลังความคิดจึงเข้ามาแทนที่ ในประกายแสงแห่งผัสสะ ตัวตนข้าจักยอมสูญสิ้นไป
พลังผัสสะเติบโต เป็นหนึ่งเดียวกับการสร้างสรรค์แห่งองค์พระ พลังความคิดถูกผลักดัน สู่ความทึบมืดแห่งความฝัน เมื่อการดำรงอยู่แห่งองค์พระ ประสงค์รวมเป็นหนึ่งด้วยดวงจิตข้า ความคิดมนุษย์จักต้อง น้อมรับในห้วงฝันอันสงบ
หลงลืมเจตจำนงเฉพาะตน เมื่อความอบอุ่นแห่งโลก เติมเต็มดวงจิตและจิตวิญญาณแก่ข้า ราวต้อนรับฤดูร้อน ทัศนะแห่งจิตวิญญาณสั่งให้ ข้าปล่อยตัวตนสูญไปในแสงสว่าง ความระลึกรู้ประกาศอย่างทรงพลังแก่ข้าว่า จงปลดปล่อยตัวตน เพื่อค้นพบตัวเจ้าเอง
ในฤดูร้อนอันสูงสุด สุริยาฉายแสงส่องสว่าง ได้นำความรู้สึกมนุษย์ของข้าไป ในห้วงแดนกว้าง ความรู้สึกตื่นรู้ภายในข้า ประกาศแก่ข้าอย่างสงบ สักวันหนึ่งเจ้าจะตระหนักรู้ ด้วยบัดนี้เจ้ารู้สึกถึงการดำรงอยู่แห่งองค์พระ
ในยามสุริยานี้ แด่ท่านผู้หยั่งรู้ปัญญาญาณ เมื่อศิโรราบต่อความงามแห่งโลก ในท่าน เจ้ากลับรู้สึกชีวิตเกิดใหม่ ปัจเจกมนุษย์สามารถสูญสิ้นไป และกลับค้นพบตนเองใหม่ในโลกแห่งปัจเจก
ความงามจรัสแสงแห่งโลก บังคับข้าออกจากเบื้องลึกแห่งดวงจิต ปลดปล่อยพลังแห่งองค์พระต่อชีวิตตนเอง เพื่อโบยบินสู่จักรวาล ละวางตัวข้าเอง เพื่อค้นหาตนเองด้วยความวางใจ ในแสงสว่างและความอบอุ่นแห่งโลก
และข้าอยู่ในการรับรู้ผัสสะสูงสุด ไฟลุกโชติช่วงในเบื้องลึกแห่งดวงจิต จากโลกแห่งเพลิงจิตวิญญาณ สัจจะวาทะแห่งองค์พระ ตั้งใจค้นหารากฐานแห่งจิตวิญญาณ เพื่อค้นพบความเกี่ยวพันทางจิตวิญญาณและตัวเจ้า
ศิโรราบต่อการสำแดงเปิดเผยผัสสะ ข้าสูญเสียแรงขับแห่งตัวตน ในห้วงความคิด ท่านดูเหมือน จะขโมยตัวตนข้าไปอย่างงุนงง แต่ความคิดแห่งจักรวาลกลับเข้าใกล้ ในแสงแห่งผัสสะ เพื่อปลุกข้า
ข้ารู้สึกดั่งต้องมนต์ ด้วยการถักทอแห่งจิตวิญญาณในแสงจักรวาล ในความทึบแห่งผัสสะ ตัวข้าถูกห่อหุ้มไว้ เพื่อมอบพลังแก่ข้า พลังที่ยินยอมมอบตนเอง ตัวตนข้าจักอยู่ภายในขอบเขตแห่งท่าน
เพื่อแบกรับของขวัญ จิตวิญญาณไว้ภายใน มอบความล่วงรู้แก่ข้าอย่างเข้มแข็ง ของขวัญแห่งองค์พระ มอบผลแห่งตัวตน ให้สุกงอมในห้วงลึกแห่งดวงจิต
ประกาศ ถ้อยคำแห่งโลก ตัวข้าได้นำพาคำนั้น ผ่านประตูแห่งผัสสะ สู่ก้นบึ้งแห่งดวงจิต จงเติมเต็มเบื้องลึกแห่งจิตวิญญาณเจ้า ด้วยความกว้างแห่งจักรวาลของข้า เพื่อค้นพบข้าในท่านสักครั้ง
ข้าสามารถแผ่ขยายดวงจิตได้ไหม เพื่อประสานรวมตัวเอง เข้ากับเมล็ดพันธุ์ถ้อยคำแห่งโลกที่ได้รับ ข้าล่วงรู้ว่า ข้าต้องค้นหาพลัง ที่นำมาปั้นแต่งดวงจิตด้วยเกียรติ ไปสู่การสร้างอาภรณ์แห่งจิตวิญญาณ
ในการได้รับครั้งใหม่อันเร้นลับ ด้วยความทรงจำโอบรอบ ความมุ่งมั่นของข้าต่อไป คือ ขอท่านปลุกพลังตัวตน ภายในข้าให้เข้มแข็ง และเพื่อจะมอบตัวตนแก่ตัวข้าเอง
ข้าเพิ่งรู้สึกถึงแก่นการดำรงอยู่ของข้า ซึ่งห่างไกลจากการดำรงอยู่แห่งโลก ในนั้น ตัวตนจักสลายไป และสร้างขึ้นจากรากฐานของตนเองเท่านั้น ในนั้น ตัวตนต้องถูกทำลายไป ความรู้สึก ทึบมัว ประกาศแก่ข้า แล้วเจ้าจะตระหนักเองว่า บัดนี้ข้ารู้สึกถึงการดำรงอยู่แห่งองค์พระ
ข้ารู้สึกพลังอันไม่เคยคุ้น งอกงาม มอบความเข้มแข็งแก่ข้า รับรู้ถึงเมล็ดพันธุ์ที่กำลังสุกงอมนั้น และการล่วงรู้ ถักทอสานแสง ภายในข้า ในพลังแห่งตัวข้าเอง
แสงสว่างจากโลกกว้างไกล โชติช่วงทรงพลังภายในข้า นั่นจักเป็นแสงสว่างแห่งจิต ฉายแสงสู่เบื้องลึกแห่งจิตวิญญาณ เพื่อก่อเกิด ออกผล ให้ตัวตนมนุษย์ สุกงอมจากตัวตนแห่งโลกในการดำเนินแห่งกาล
ฤดูใบไม้ร่วงหม่นมัว อวลไอ การปลุกเร้าแห่งผัสสะแผ่วจาง ม่านหมอกเคลื่อนคลุม การสำแดงเปิดเผยแห่งแสงสว่าง ข้าเองมองเข้าไปผ่านห้วงแดนกว้าง เห็นการหลับใหลของฤดูใบไม้ร่วงสู่ฤดูหนาว ฤดูร้อนนั้นได้อุทิศตน เพื่อมอบแด่ตัวข้าเอง
ด้วยการสร้างสรรค์ตนเองสม่ำเสมอ ชีวิตแห่งดวงจิตจักตระหนักถึงตนเอง ด้วยจิตวิญญาณแห่งโลก ผลักดันเสริมส่ง การตื่นรู้แห่งตัวตน กลับมีชีวิตใหม่ และสร้างผลเจตจำนงแห่งผัสสะตนเอง จากความมืดดำแห่งจิต
ตัวข้าในบัดนี้เป็นเพียงของตนเอง แสงสว่างภายในส่องประกายกว้าง สู่ห้วงมืดมนแห่งห้วงแดนและห้วงกาล สรรพชีวิตเข้าสู่การหลับใหล แต่เบื้องลึกแห่งดวงจิตนั้นยังคงตื่นอยู่ และนำพลังเพลิงแห่งสุริยา มาสู่กระแสอันเยือกเย็นแห่งฤดูหนาวอย่างตื่นรู้
โอ ธรรมชาติ, ดั่งมารดาแห่งชีวิต ข้าโอบรับมันไว้ในแก่นเจตจำนงของข้า และพลังเพลิงแห่งเจตจำนงของข้านั้น ทำให้แรงขับแห่งจิตวิญญาณแข็งแกร่ง ความรู้สึกแห่งตัวตนจึงถือกำเนิด เพื่อโอบรับตัวตนไว้ในตัวข้าเอง
ในเบื้องลึกแห่งการดำรงอยู่ของข้าซึมซ่าน ความปรารถนาเปี่ยมรู้ ปลุกเร้า ให้ข้าเฝ้าสังเกตเพื่อค้นพบตนเอง ดั่งของขวัญแห่งดวงอาทิตย์ฤดูร้อน เมล็ดพันธุ์นั้นดำรงอยู่อย่างอบอุ่นในห้วงฤดูใบไม้ร่วง นั่นคือ พลังขับเคลื่อนดวงจิตข้า
ข้ารู้สึกได้ถึงความกว้างแห่งตัวตน กลับมามีชีวิตอีกครั้งภายในตัวข้า และแสงแห่งความคิดเปี่ยมพลัง จากพลังสุริยาในดวงจิต สามารถคลี่คลายปริศนาแห่งชีวิต และเติมเต็มความปรารถนา ซึ่งอ่อนเปลี้ยมาเนิ่นนานเพราะความหวัง
จุดความกระจ่างให้สว่างในความคิด ภายในตัวข้าเปี่ยมพลัง การรับรู้ชีวิตเปี่ยมความหมาย จากขุมพลังแห่งโลกจิตวิญญาณ เป็นมรดกแห่งฤดูร้อน เป็นความสงบแห่งฤดูใบไม้ร่วง และความหวังแห่งฤดูหนาวของข้า
ผลแห่งความคิดสุกงอม งอกงามในแสงอาทิตย์แห่งดวงจิตข้า ด้วยความเชื่อมั่่นแห่งการตระหนักรู้ในตนเอง แปรเปลี่ยนทุกความรู้สึก บัดนี้ข้าสามารถรับรู้อย่างเบิกบาน ต่อการตื่นทางจิตวิญญาณแห่งฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาวจักปลุกดวงจิตแห่งฤดูร้อนภายในข้า
แสงสว่างจากเบื้องลึกแห่งจิตวิญญาณ เพียรพุ่งสู่ภายนอกดังแสงตะวัน นั่นจะกลายเป็นพลังเจตจำนงแห่งชีวิต และส่องสว่างในความทึบมืดแห่งผัสสะ เพื่อให้กำเนิดพลัง ที่ทำให้สุกงอม ภายในการกระทำของมนุษย์
ข้ารู้สึกถึงพลังของตัวข้า งอกงาม และได้รับพลังเข้มแข็งที่จะมอบตัวข้าสู่โลก ข้ารู้สึกถึงตัวตนจริงแท้ เปี่ยมพลัง มุ่งไปสู่ความกระจ่างแจ้ง ผ่านการถักทอชะตาแห่งชีวิต
ข้าเพิ่งรู้สึกถึงโลกอันจริงแท้ ซึ่งหากไร้ความรู้สึกร่วมของดวงจิต ก็จะเป็นเพียงชีวิตเย็นยะเยือก ว่างเปล่า และสำแดงเปิดเผยความไร้พลัง ที่จะสร้างตัวมันเองขึ้นใหม่อีกครั้งในดวงจิต ซึ่งในนั้นพบได้เพียงความตาย
เก็บรักษาสิ่งเก่าอย่างเร้นลับ พร้อมด้วยการดำรงอยู่ของข้าเกิดขึ้นใหม่ รู้สึกถึงภายในมีชีวิตชีวา มันรินรด ปลุกพลังแห่งโลก สู่การงานภายนอกชีวิตข้าให้ตื่นขึ้น และจะหล่อหลอมตัวข้าเข้าสู่แก่นการดำรงอยู่
ข้าจะสามารถรู้ถึงการดำรงอยู่ได้หรือ ว่ามันจะค้นพบตนเองได้อีกครั้ง ท่ามกลางแรงขับในการสร้างสรรค์ของดวงจิต ข้ารู้สึกว่ามีพลังมอบให้แก่ข้า เพื่อนำพาตัวตนข้า อยู่ร่วมกับตัวตนแห่งโลก ดังเป็นส่วนหนึ่ง ด้วยพร้อมใจ
ในเบื้องลึกแห่งการดำรงอยู่ของตัวข้า ถ้อยคำแห่งโลกกล่าวอย่างเร้นลับ ด้วยความมุ่งมั่นสู่การสำแดงเปิดเผย จงเติมเต็มเป้าหมายแห่งการงานของเจ้า ด้วยแสงสว่างแห่งจิตวิญญาณ เพื่ออุทิศตัวเจ้าผ่านตัวข้าเอง
โอบรับแสงแห่งจิตวิญญาณ ในค่ำคืนของโลกฤดูหนาว แรงขับในหัวใจข้า พากเพียรเปี่ยมสุข เพื่อให้เมล็ดพันธุ์แห่งดวงจิตฉายฉาน หยั่งรากลงสู่เบื้องลึกการดำรงอยู่ของโลก และวาทะแห่งองค์พระขับขานท่ามกลางความมืดแห่งผัสสะ เพื่อประกาศการดำรงอยู่ของพระองค์ในสรรพสิ่ง
ข้ารู้สึกดังหลุดพ้นจากมนต์สะกด บุตรแห่งจิตวิญญาณในอ้อมกอดแห่งดวงจิต ท่านอยู่ในความสว่างแห่งหัวใจ ยืนยันถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์แห่งโลก ผลสวรรค์แห่งความหวัง เติบโตเบิกบานไปในความกว้างไกลแห่งโลก จากเบื้องลึกแห่งองค์พระภายในตัวตนข้าเอง
ศิโรราบต่อการสำแดงเปิดเผยโลกจิตวิญญาณ ข้าได้มาซึ่งแสงสว่างแห่งชีวิตจิตวิญญาณ พลังความคิด เติบโต กระจ่าง เพื่อมอบตัวตนแก่ตัวข้า และความรู้สึกแห่งตัวตนปลดปล่อยข้า จากพลังแห่งความคิดอย่างตื่นรู้
และข้าอยู่ในเบื้องลึกจิตวิญญาณ เติมเต็มความลุ่มหลงอันว่างเปล่าของตนเอง ด้วยพลังไฟแห่งวาทะโลก ลงสู่ก้นบึ้งแห่งดวงจิต จากโลกแห่งความรักในหัวใจ
พลังสร้างสรรค์แห่งดวงจิต เพียรผุดจากก้นบึ้งหัวใจ เปลวเพลิงที่ปลุกพลังแห่งองค์พระ ในชีวิตมนุษย์ เพื่อให้กระทำการอันถูกต้อง ดวงจิตจึงปั้นก่อ ตนเองขึ้น ในความรักมนุษย์ และในการงานมนุษย์
ในความมืดแห่งฤดูหนาว จิตวิญญาณสำแดงเปิดเผยพลังของตนเอง เป็นแรงขับแห่งดวงจิตอันเข้มแข็ง เพื่อนำพาเธอไปในห้วงมืดมน และล่วงรู้ ความรู้สึก ถึงการเปิดเผยผัสสะ ผ่านความอบอุ่นของหัวใจ
ในห้วงลึกแห่งฤดูหนาว การดำรงอยู่แห่งจิตวิญญาณจริงแท้มอบความอบอุ่น มอบประกายแสงแห่งโลก ผ่านพลังการดำรงอยู่ในพลังแห่งหัวใจ ไฟแห่งดวงจิตภายในมนุษย์ ต้านทานความหนาวเหน็บของโลกอย่างทรงพลัง
ในการกระทบผัสสะครั้งใหม่ อันใหญ่หลวง เติมเต็มความกระจ่างในดวงจิต ย้อนรำลึกถึงการกำเนิดอันสมบูรณ์ของจิตวิญญาณ ดังการแปรเปลี่ยนแห่งโลกซึ่งยุ่งเหยิง กลับเติบโต ด้วยเจตจำนงแห่งการสร้างสรรค์ความคิดของข้า
พลังความคิดแกร่งกล้าขึ้น โดยพันผูกไปกับการเกิดแห่งจิตวิญญาณ ทำให้ผัสสะกระทบทึบ กลับสว่าง สู่ความกระจ่างสมบูรณ์ เมื่อความสมบูรณ์พร้อมแห่งดวงจิต มุ่งมั่นรวมเป็นหนึ่งกับการแปรเปลี่ยนของโลก การเปิดเผยผัสสะจำต้องเปิดรับ แสงสว่างแห่งความคิด
โลกดูเหมือนจะหยุดนิ่งไป พลังดวงจิตก่อเกิดขึ้นใหม่ บัดนี้ เจ้า ความทรงจำ จงปรากฏขึ้นสว่างไสว จากเบื้องลึกจิตวิญญาณ และเสริมพลังทัศนะแก่ข้า ซึ่งจักดำรงอยู่ได้เพียงด้วยพลังเจตจำนงของตนเอง
สิ่งนั้นจะตื่นขึ้นจากอ้อมกอดของโลก ด้วยความเบิกบานต่อแสงแห่งผัสสะ นั่นคือความปรารถนาที่จะแปรเปลี่ยน อันค้นพบพลังความคิดของข้า ซึ่งเพียบพร้อมจากพลังแห่งองค์พระ นั่นคือพลังที่ดำรงอยู่ภายในข้าอย่างเข้มแข็ง
ท่ามกลางแสงสว่าง อันหลั่งไหลทรงพลัง จากโลกเบื้องบนแห่งดวงจิต ความวางใจต่อความคิดแห่งโลก ปรากฏ เพื่อคลี่คลายปริศนาแห่งดวงจิต รวมเข้ากับพลังแสงส่องประกาย เพื่อปลุกความรักในหัวใจมนุษย์
ข้ารู้สึกถึงพลังการดำรงอยู่ของโลก ความกระจ่างแห่งความคิดจึงกล่าววาจา เพื่อระลึกถึงการเติบโตทางจิตวิญญาณของตน ท่ามกลางค่ำคืนมืดมนแห่งโลก แสงแห่งความหวังภายในส่องประกาย โน้มเข้าสู่วันที่จะมาถึงของโลก
สิ่งนั้น กล่าวแก่ปัจเจกมนุษย์ สำแดงเปิดเผย ทรงพลัง เพื่อปลดปล่อยพลังการดำรงอยู่ คือ ความปรารถนาอันจะแปรเปลี่ยนการดำรงอยู่แห่งโลก เพื่อโอบรับชีวิตของข้าไว้ในท่าน จากมนต์สะกดของท่าน ข้าจึงเข้าถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของข้าเอง
อาณาจักรแห่งผัสสะรินรด ภายใน สู่การดำรงอยู่แห่งมนุษย์ จิตวิญญาณแห่งโลกค้นพบตนเอง ในภาพสะท้อนแห่งดวงตามนุษย์ ซึ่งต้องสร้างพลังขึ้นใหม่ จากจิตวิญญาณแห่งโลก
เมื่อจิตวิญญาณหวนกลับ จากเบื้องลึกแห่งดวงจิต สู่การดำรงอยู่ของโลก และความงามผุดขึ้นจากห้วงกว้าง ดึงพลังแห่งชีวิต จากฟากฟ้าไกล สู่กายแห่งมนุษย์ และรวมการดำรงอยู่แห่งจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว กับการดำรงอยู่แห่งมนุษย์ ส่งผล ทรงพลัง
_1672991654.jpg)