Therapeutic Eurythmy (จิตตลีลาบำบัด)

2021-06-01 15:56:02

ในปี1912 Dr. Rudolf Steiner (1861-1925) ผู้ก่อตั้งสมาคมมนุษยปรัชญาได้ริเริ่มEurythmy หรือ จิตตลีลา ซึ่งเป็นศิลปะการเคลื่อนไหวที่ประสานกาย ใจ และจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน ต่อมาในปี 1921Dr. Steiner ได้แสดงปาฐกถาเรื่องTherapeutic Eurythmy ในภายหลังDr. Ita Wegman แพทย์หญิงชาวฮอลแลนด์ และDr. Steiner ได้ร่วมกันวางแนวทางยูริธมี่เพื่อการบำบัดเข้ามาใช้ในการบำบัดรักษาคนไข้ ทั้งโรคเฉียบพลันและโรคเรื้อรังในโรงพยาบาลAllesheim Switzerland ซึ่งปัจจุบันTherapeutic Eurythmy เป็นแนวทางการบำบัดที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ยุโรปทั้งในคลินิก โรงพยาบาล บ้านพักคนชรา โรงเรียนวอลดอร์ฟและCamphill สำหรับเด็กและบุคคลพิเศษอีกด้วย

Therapeutic Eurythmy ช่วยบำบัดโรคใดได้บ้าง

1. สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวและโครงสร้างต่างๆ เช่น พาร์คินสัน

2. กระตุ้นการหมุนเวียนโลหิตและปรับสมดุลของระบบการหายใจ เช่น ความดันโลหิต หอบหืด

3. ส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร และกระบวนการเผาพลาญ เช่น เบาหวาน ภูมิแพ้

4. สร้างการตระหนักรู้ในตนเอง ในมิติต่างๆ เช่น ความจำเสื่อม จิตเภท สมาธิสั้น

5. ฟื้นฟูและปรับการทำงานของพลังชีวิต ระบบจังหวะ เช่น นอนไม่หลับ เครียด วัยทอง

6. สร้างสมดุลในจิตใจ และร่างกาย เช่นPsychosomatic Syndrome

Therapeutic Eurythmy ทำงานอย่างไร

ยูริธมี่บำบัดทำงานกับพลังการก่อร่างสร้างรูปFormative force ดังเช่นพลังการสร้างตัวอ่อนในครรภ์ พลังนี้จะช่วยในการก่อร่างสร้างรูปอวัยวะต่างๆสำหรับตัวอ่อน พลังการก่อร่างสร้างรูปนี้เคลื่อนไหวภายในกายเรา ในลักษณะคล้ายกระแสคลื่นเสียง เสียงซึ่งเกิดจากต้นกำเนิดเสียง ก้องและสะท้อนเคลื่อนผ่านวัตถุ สถานที่ รวมถึงแทรกซึมผ่านเข้าไปในตัวเราการก่อร่าง สร้างรูปนั้น มิได้เป็นแค่เพียงภายนอก แต่สะท้อนเข้าไปถึงการทำงานขององค์อวัยวะภายใน ด้วยท่วงท่าต้นแบบแห่งจิตตลีลาบำบัด เราเป็นดั่งประติมากร ซึ่งกลับมาปรับรูป ปั้นแต่งกระบวนการภายในร่างกายตนเองใหม่

ในสภาวะที่ร่างกายแข็งแรง กายและอวัยวะต่างๆทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นจังหวะ กลมกลืนดังเช่นหัวใจ สามารถปรับเปลี่ยนจังหวะ และการทำงานของตนเอง ไปตามเรื่องราว เหตุการณ์ ที่กระทบกับจิตใจ หรือจากการเคลื่อนไหวของร่างกายที่เพิ่มขึ้นหรือน้อยลงได้ เป็นต้น หากเมื่อการทำงานของกายหรืออวัยวะบกพร่อง เสียสมดุลไป กระแสการทำงานในกายต่างๆ จึงแปรปรวน ผิดพลาด ก่อให้เกิดอาการผิดปกติและโรคต่างๆขึ้นได้

ในชั่วโมงยูริธมี่บำบัดเราจะเคลื่อนไหว มือ เท้า แขน ขาไปตามท่วงท่าต้นแบบของเสียงแห่งพลัง formative force นี้ ผ่านท่วงทำนอง ต้นแบบของเสียงแห่งภาษาและเสียงแห่งดนตรี เป็นท่วงท่าต้นแบบของเสียงสระ พยัญชนะในภาษา และท่วงท่าของเสียงโน้ต ขั้นคู่ต่างๆ ในดนตรี

นักบำบัดจะทำงานร่วมกันกับแพทย์วิเคราะห์ถึงต้นตอของโรคและลักษณะโครงสร้างของผู้รับการบำบัด อวัยวะที่ทำงานบกพร่อง จากนั้นจึงออกแบบการบำบัด เลือกสรรท่วงท่า จังหวะการเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงฝึกซ้อมท่วงท่าต่างๆกับผู้รับการบำบัด เป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้รับการบำบัดสามารถฟื้นฟูพลังการก่อร่างสร้างรูปขึ้นใหม่ ปรับกระแสการเคลื่อนของกาย อวัยวะและองคาพยพต่างๆให้กลับสู่การทำงานที่สมดุลอีกครั้ง

ยูริธมี่บำบัดไม่เพียงแค่ให้ผลทางการบำบัดสำหรับโรคต่างๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมกระบวนการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ หรือ บำบัดโรคระบบประสาทที่ส่งผลทางกาย และอาการเครียดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ดังที่Dr. med. Franziska Roemer หัวหน้าฝ่ายการแพทย์และยูริธมี่บำบัดแห่งWala Heilmittel GmbH.ได้กล่าวว่า ยูริธมี่บำบัดช่วยเสริมสร้างพลังแห่งร่างกายให้แข็งแรง มีสุขภาพดี และด้วยการเคลื่อนไหวอย่างตระหนักรู้นั้น จะสามารถเสริมสร้างกระแสแห่งพลังชีวิตให้ทำงานแข็งแรงขึ้น ซึ่งในอีกด้านหนึ่ง กระบวนการทำงานของระบบอัตโนมัติที่ไม่รู้ตัว เช่นการทำงานของอวัยวะนั้น จะได้รับการปรับสมดุลให้กลับมาทำงานอย่างกลมกลืนและแข็งแรงได้

ด้วยยูริธมี่บำบัดสามารถสร้างสัมพันธภาพระหว่างการเคลื่อนไหวภายนอกและการทำงานของกระบวนการแห่งชีวิตภายใน คืออวัยวะ นั่นเอง เช่น ผลจากกรณีผู้รับบำบัดที่มีปัญหาเรื่องความเครียดกลับสามารถเชื่อมโยง นำแบบฝึกหัดยูริธมี่บำบัด กลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน และฝึกซ้อมได้เองอย่างสม่ำเสมอ นั่นหมายถึง เขาสามารถเรียนรู้ ปรับสมดุล และสร้างรูปแบบ กระแสการเคลื่อนภายในร่างกายตนเองได้ใหม่ และด้วยหนทางนี้จึงสามารถส่งผลให้คนไข้ฟื้นฟู และเสริมสร้างสุขภาพ สุขภาวะภายในตนเองได้

รูปแบบTherapeutic Eurythmy

1. Active: สำหรับผู้รับการบำบัดที่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง ยูริธมี่บำบัดจะช่วยให้เขาสามารถปรับฟื้นฟูกระแสการเคลื่อนไหวของพลังต่างๆ ด้วยตนเอง อย่างตระหนักรู้ ผ่านการฝึกฝนท่วงท่าต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไข้สามารถนำแบบฝึกหัดในชั่วโมงบำบัดกลับไปฝึกซ้อมเองที่บ้านได้

2. Passive; สำหรับผู้รับการบำบัดซึ่งไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ด้วยตัวเอง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูญเสียการควบคุมการเคลื่อนไหวในกายตนเอง นักบำบัดจะช่วยเคลื่อนไหวมือ แขน ขา และเท้าของผู้ป่วย ไปตามท่วงท่าที่เหมาะสม เพื่อฟื้นฟูการทำงานที่บกพร่องของอวัยวะต่างๆ เพื่อให้ผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถนำแบบฝึกหัดเหล่านั้นกลับไปฟื้นฟูผู้ป่วยได้ที่บ้าน

ระยะเวลาของการบำบัด

โดยทั่วไป คนไข้จะได้รับคำแนะนำให้มาพบนักบำบัด สัปดาห์ละ1ครั้ง ต่อเนื่องไปจนครบคอร์ส10ครั้ง ในชั่วโมงบำบัดใช้เวลาประมาณ45–60นาที และ หลังจากการบำบัด คนไข้จะนอนพักต่อ15นาที เพื่อให้การบำบัดสามารถเข้าไปเยียวยากระบวนการทำงานขององคาพยพภายในผู้รับการบำบัดได้อย่างเต็มที่

อ้างอิงบทความ

จากงานวิจัยแห่งสถาบันDr. Hauschka Stiftungเรื่องยูริธมี่บำบัดต่อการทำงานของหัวใจ แสดงให้เห็นผลของยูริธมี่บำบัดต่อความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ ในอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยDr. Georg Seifertหัวหน้างานวิจัยนี้ ระบุว่าความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจที่สูง นั้นสัมพันธ์กับคุณภาพของชีวิตที่มีสุขภาพดี และการเพิ่มขึ้นของศักยภาพในการดูแล


ตนเองที่สูงขึ้น สามารถลดอาการเจ็บป่วยในผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้

ในอาสาสมัครที่ทำแบบฝึกหัดยูริธมี่บำบัด2 แบบฝึกหัด( แบบฝึกหัด เสียงBและ L ) ในระหว่างที่ทำนั้น มีความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน มากกว่าอาสาสมัครที่อีกกลุ่มที่ได้รับการฝึกแบบErgometer Trainingนอกเหนือจากนั้น ในช่วงเวลาพักหลังแบบฝึกหัด อาสาสมัครที่ทำแบบฝึกหัดยูริธมี่นั้น สามารถผ่อนคลายได้ดี และลึกกว่าอีกด้วย

ในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง สำหรับอาสาสมัครที่แข็งแรง แต่มีความเครียดเล็กน้อย หลังจากฝึกด้วยยูริธมี่บำบัด1 ชม จำนวน2 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา6 สัปดาห์ นั้นสามารถควบคุมตนเองในสภาวะเครียดได้ดีกว่า โดยจากแบบสอบถามแสดงให้เห็นว่า อาสาสมัครกลุ่มนั้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถนอนหลับได้ ดีขึ้น โดยแสดงให้เห็นจากผลของความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับอาสาสมัครอีกกลุ่ม ซึ่งไม่ได้รับยูริธมี่บำบัด

(ที่มาบทความhttps://www.walaarzneimittel.ch/de/magazin/heileurythmie-bewegungstherapie-die-koerper-und-seele-miteinander-in-einklang-bringt.html)




File Attachment: