ความเข้าใจและแนวคิดพื้นฐานของการแพทย์มนุษยปรัชญา
2023-05-12 12:13:41
ความเข้าใจด้านมนุษยปรัชญาของมนุษย์และธรรมชาติ
มนุษยปรัชญาอธิบายวิธีการพัฒนาความสามารถจากระดับประสาทสัมผัสธรรมดาไปสู่การรับรู้ในระดับที่สูงขึ้น ผ่านการสังเกตเชิงประจักษ์ของลักษณะทางกายภาพและจิตวิญญาณของมนุษย์และธรรมชาติ ซึ่งชไตเนอร์ (Steiner) เห็นว่าวิทยาศาสตร์ทางจิตวิญญาณของมนุษย์เป็นการประยุกต์ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในขอบเขตของความเป็นจริงที่เหนือประสาทสัมผัสและการพัฒนาอย่างเป็นเหตุเป็นผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรัชญาของเพลโตและอริสโตเติล(Plato andAristotle) และอุดมคตินิยมแบบเยอรมันที่นำเสนอโดย เกอเธ่ ชิลเลอร์ ฟิชเต เฮเกล และเชลลิง (Goethe, Schiller, Fichte, Hegel andSchelling)
แนวคิดพื้นฐานในการทำความเข้าใจมนุษย์
ความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์ในแนวมนุษยปรัชญาตั้งอยู่บนพลังการสร้างรูปแบบทั้งสี่และหลักธรรมชาติสามส่วนของมนุษย์
พลังการสร้างรูปแบบทั้งสี่ของมนุษย์
นอกเหนือจากกลไกระดับโมเลกุลและชีวเคมีในธรรมชาติแล้ว มนุษยปรัชญายังอธิบายถึงพลังลำดับขั้นสูงกว่าซึ่งประกอบกันเป็นพลังการสร้างรูปแบบหรือองคาพยพทั้งสี่ของมนุษย์ (Wesensglieder in German) พลังการสร้างรูปแบบเหล่านี้ถูกค้นพบผ่านความเข้าใจและการปฏิบัติ ทั้งนี้ มีการนำแนวคิดนี้ไปใช้ตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของชไตเนอร์ และได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมโดยผู้อื่นต่อมา
การสังเกตพลังการสร้างรูปแบบในมนุษย์ (ตารางที่2) คำศัพท์ที่ใช้เป็นการให้คำจำกัดความโดย ชไตเนอร์ และควรพิจารณาในบริบททางประวัติศาสตร์
1. องคาพยพแห่งกายภาพ (Physical Organization): ร่างกายของมนุษย์ซึ่งประกอบด้วยสสารทางกายภาพและการปฏิสัมพันธ์ทางเคมีกายภาพ
2. องคาพยพแห่งชีวิต (Etheric Organization): ระบบพลังระดับสูงกว่าที่ก่อตัวเป็นร่างกายและคงไว้ซึ่งการรวมตัวของสสารสู่สิ่งมีชีวิต เช่น พืช สัตว์ และมนุษย์ องคาพยพแห่งชีวิตทำหน้าที่ในการเจริญเติบโตและการซ่อมแซม อีกทั้งเป็นศูนย์กลางในการฟื้นฟูสุขภาพ
3. องคาพยพแห่งจิต (Astral Organization) (พลังการสร้างรูปแบบแห่งดวงจิต) : ระบบพลังและองคาพยพที่สูงกว่าองคาพยพแห่งชีวิตซึ่งก่อให้เกิดสภาวะสำนึก ความรู้สึก สัญชาตญาณ ตลอดจนการเคลื่อนไหว การหายใจ และการทำงานของร่างกายในสัตว์และมนุษย์ การทำงานเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อองคาพยพแห่งจิตประทับลงบนองคาพยพแห่งชีวิตและจากนั้นจึงเข้าไปสู่องคาพยพแห่งกายภาพ
4. องคาพยพแห่งตัวตน (“I”-organization):“I” ให้ความสามารถในการคิด สำนึกในตัวตน การใคร่ครวญ การหยั่งรู้ เสรีภาพและการสร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรม องคาพยพแห่งตัวตนทำหน้าที่เป็นระบบระดับสูงกว่าในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านองคาพยพแห่งความอบอุ่น (Warmth organization) การตั้งตัวตรงทางกายภาพและอารมณ์ และมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระบบโลหิต การทำงานเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อองคาพยพแห่งตัวตนประทับตัวของมันเองลงบนองคาพยพแห่งจิต แล้วจากนั้นจึงลงไปสู่องคาพยพแห่งชีวิตและองคาพยพแห่งกายภาพ
หลักธรรมชาติสามส่วนของมนุษย์
ปฏิสัมพันธ์ของพลังการสร้างรูปแบบทั้งสี่นำไปสู่การทำงานแบบทวิขั้วตรงข้ามในร่างกายมนุษย์ระหว่างกระบวนการแคแทบอลิก (catabolic process) ที่จำเป็นสำหรับการกำเนิดขึ้นของสภาวะสำนึกและกระบวนการทางแอแนบอลิกและการฟื้นฟู การทำงานแบบทวิขั้วตรงข้ามถูกทำให้สมดุลผ่านกระบวนการด้านจังหวะ (Rhythmic Processes) (ตารางที่3)
1. ระบบประสาทรับสัมผัส: พลวัตที่มีอยู่ในระบบประสาทและประสาทสัมผัส และยังพบได้ในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบ โครงสร้าง กระบวนการแคแทบอลิก สภาวะสำนึก และการคิด
2. ระบบเมแทบอลิซึมและระยางค์: พลวัตที่มีอยู่ในระบบย่อยอาหารและรยางค์แขนขาที่เกี่ยวกับกระบวนการของการเคลื่อนไหว เมแทบอลิซึม การฟื้นฟู กิจกรรมแอแนบอลิก (Anabolic Activity) การสืบพันธุ์ และความปรารถนา (เจตจำนง)
3. ระบบจังหวะ (Rhythmic System): พลวัตที่มีอยู่ในระบบไหลเวียนโลหิตและระบบทางเดินหายใจและกระบวนการด้านจังหวะทั้งหมดของชีวิตมนุษย์และความรู้สึก กระบวนการด้านจังหวะ เช่น การนอนหลับและการเดิน การหายใจและจังหวะของหัวใจและหลอดเลือดและอื่น ๆ ที่อนุญาตเป็นสื่อกลางระหว่างทวิขั้วตรงข้ามของสองระบบ ระบบจังหวะเป็นสื่อกลางระหว่างกระบวนการแคแทบอลิกและแอแนบอลิก