การแพทย์มนุษยปรัชญา
2021-05-13 20:29:39
การแพทย์มนุษยปรัชญาเป็นความองค์รู้บูรณาการทางการแพทย์ที่ประกอบไปด้วย
1. วิธีการและผลลัพธ์ที่เกิดจากการศึกษาค้นคว้าทดลองทางวิทยาศาสตร์และความรู้ทางด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน
2. ความเข้าใจแบบองค์รวมของมนุษย์และธรรมชาติ
3. ความรู้เกี่ยวกับร่างกาย ชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์
ซึ่งองค์ความรู้ทั้ง 3 สิ่งนี้เป็นพื้นฐานในการทำงานสำหรับแพทย์มนุษยปรัชญาว่า ร่างกายและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันและส่งผลซึ่งกันและกันโดยมีลักษณะจำเฉพาะเป็นปัจเจกบุคคล ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการวินิจฉัยและรักษาโรคทางการแพทย์มนุษยปรัชญา
“ไม่ใช่การแพทย์ทางเลือก แต่เป็นการขยายขอบเขตความรู้ทางการแพทย์”
การแพทย์มนุษยปรัชญานั้นไม่ใช่การแพทย์ทางเลือก และก็ไม่ใช่การระบบการแพทย์ที่จะเข้ามาแทนที่การแพทย์แผนปัจจุบัน ในทางตรงข้าม, การแพทย์มนุษยปรัชญาเป็นการแพทย์ที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์โดยแต่ทว่าเป็นการก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่งมากกว่า นั่นหมายความว่า เป็นการแพทย์ที่อยู่บนพื้นฐานความรู้ การทดลอง งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีทางการแพทย์ การควบคุมทางห้องปฏิบัติการการใช้ยา การผ่าตัด และอื่นๆ แต่เพิ่มเติมในเชิงบุคลิกภาพ และลักษณะเฉพาะปัจเจกของมนุษย์แต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ภาษา การเคลื่อนไหว พฤติกรรมของการนอนหลับ ปฏิกิริยาของร่างกายต่อความร้อน- เย็น ลักษณะการหายใจ จังหวะต่างๆของร่างกาย เนื่องจากมนุษย์ทุกคนมีความจำเฉพาะเป็นปัจเจกในแต่ละบุคคล ดังนั้นวิธีการบำบัดรักษา เยียวยาจึงแตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพทย์มนุษยปรัชญามีความพิเศษในวิธีการบำบัด เช่น การเอาใจใส่ในรายละเอียดของปัจเจกบุคคล, การบำบัดโดยใช้ตำรับยาหรือสมุนไพรทางด้านมนุษยปรัชญา, ศิลปะบำบัด, การเคลื่อนไหวแบบเฉพาะที่เรียกว่า ยูริธมี่ (Eurythymy), การบำบัดทางด้านกายภาพ (Physical therapy) เช่น การนวดแบบเฉพาะ (Rhymical Einreibungen และ Rhythmical Massage) และการเคลื่อนไหวแบบSpacial Dynamics, การให้คำปรึกษาในเชิงอัตชีวประวัติเฉพาะบุคคล (Biographical coaching) และสำหรับที่คลินิกเรายังมี เครื่องเสริมภูมิต้านทานด้วยความร้อน (Hyperthermia) เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่เป็นพื้นฐานในการรักษาโรคมะเร็งและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ รวมทั้งการบำบัดโดยวิธีOil Dispersion Bath ซึ่งเป็นการรักษาซึ่งมีผลรักษาได้หลายโรค
ดังนั้น การแพทย์มนุษยปรัชญาจึงไม่ใช่การแพทย์ในแบบทั่วไป อาจจะไม่ใช่การรักษาในรูปแบบที่ท่านเคยคุ้นเคย แม้ว่าการแสดงออกของโรคจะคล้ายคลึงกัน หากแต่ แต่ละโรคในแต่ละคนก็มีการปรากฏหรือแสดงออกมาเป็นแบบจำเฉพาะรายบุคคล ดังนั้นนอกจากการมองหาอาการที่ปรากฏขึ้นมาทางกายแล้ว เรายังต้องมองหาสิ่งที่เกิดจากจิตใจและจิตวิญญาณของปัจเจกบุคคลนั้นด้วย เพื่อเราจะสามารถสืบค้นหาสาเหตุของโรคที่แท้จริงสำหรับบุคคลนั้นๆได้ และด้วยการคำถึงปัจจัยเหล่านี้ทำให้เราสามารถมองย้อนกลับไปสู่การหาวิธีการรักษาในแนวใหม่ ๆ ที่มีตัวบ่งชี้มาจาก ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ประสบการณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการตัดสินใจและปัญญาญาณเฉพาะบุคคล นี่คือลักษณะที่สำคัญสำหรับการแพทย์มนุษยปรัชญาที่มองเห็นและเคารพต่อความสำคัญของความเป็นมนุษย์มากกว่าจะแค่ทำการรักษาคนที่กำลังเจ็บป่วยเท่านั้น
การแพทย์สมัยใหม่ สำหรับยุคสมัยปัจจุบัน
การแพทย์มนุษยปรัชญา เป็นการแพทย์ที่ล้ำนำสมัยในช่วงเวลานี้ของเรา เนื่องจากการบำบัดรักษาตามแนวทางมนุษยปรัชญานั้นไม่ได้ลดทอนความเป็นมนุษย์ลงเพียงแค่เป็นผู้ป่วยเท่านั้น หากแต่เราให้ความเคารพผู้ป่วยในฐานะส่วนหนึ่งของผู้รักษาหรือมีส่วนร่วมในการรักษาตนเอง ในห้วงเวลาแห่งการที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ต้องมีความรับผิดชอบและต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายในสังคมต้องช่วยกันยกระดับความมีมาตรฐานมากกว่าที่เคยมีการแพทย์มา โดยการให้มุ่งเน้นความสำคัญในความแตกต่างของแต่ละปัจเจกบุคคล และเสนอหนทางและแนวทางในการรักษาแบบองค์รวม โดยให้ผู้รับการรักษาสามารถตัดสินใจด้วยตนเองสำหรับการเลือกการรักษาที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง ซึ่งเป็นการรักษาอยู่บนมาตรฐานทางการแพทย์โดยเคารพความเป็นมนุษย์ของผู้รับการรักษา
ด้วยสิ่งที่เกิดจากวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ และมนุษยชาติ การแพทย์มนุษยปรัชญาได้ให้ความสำคัญในการพิจารณาทั้งสาเหตุการเกิดโรค การดำเนินไปของตัวโรคและสามารถนำไปสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ผลลัพธ์ที่เกิดจากความเข้าใจทั้งความมีสุขภาพดี ความเจ็บป่วย และวิธีการรักษานี้เท่านั้น ที่เป็นสิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริงในเวลานี้
กระบวนการบำบัดรักษาทั้งหมด ได้รับการออกแบบมาเพื่อกระตุ้นพลังการรักษาตัวเองของร่างกายโดยไม่ได้เข้าไปแทนที่หรือทดแทนขบวนการเยียวยาของร่างกาย ตามที่การแพทย์แผนปัจจุบันและอื่น ๆ ที่มุ่งเป้าไปที่การทำลายหรือ ฆ่าเชื้อโรค การยับยั้งกระบวนการของโรคและการแทนที่สารที่หายไป (เช่น วิตามิน, ฮอร์โมน, ส่วนประกอบของเลือด และอื่นๆ) ซึ่งการแพทย์มนุษยปรัชญาได้ใช้สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานความเข้าใจและการรักษาทางการแพทย์ แต่ทว่าได้ก้าวข้ามไปอีกขั้น โดยมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมความแข็งแกร่งให้เราสามารถเอาชนะความเจ็บป่วยด้วยตัวเองในทุกที่ที่เป็นไปได้และมีเหตุผล สิ่งสำคัญคือการทำให้การทำงานของร่างกายสามารถดำเนินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น, เกิดการพัฒนาต่อไปจากจุดเดิม, เสริมสร้างการป้องกันของร่างกาย ด้วยวิถีของความจริงและธรรมชาติ