ไลท์แอนด์วอร์ม คลินิกเวชกรรม
2021-02-03 15:06:59

ประวัติความเป็นมา
ไลท์แอนด์วอร์ม คลินิกเวชกรรม เป็นการรวมกลุ่มของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่เปี่ยมด้วยความรู้ ประสบการณ์และอุดมการณ์ โดยเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ด้วยความตั้งใจที่จะทุ่มเทรักษาดูแลบุคคลในครอบครัวและคนใกล้ชิดจากความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงและโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกับสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังขวัญกำลังใจ รวมถึงจิตใจของบุคคลในครอบครัวที่ได้เพียงแต่เฝ้ามองคนที่รักทุกข์ทรมานและสิ้นหวังจากการรักษาโดยการแพทย์ที่พิจารณาทางด้านวัตถุนิยมเพียงด้านเดียว โดยปราศจากการเคารพและคำถึงความเป็นมนุษย์ในผู้ป่วย
แม้การแพทย์ในปัจจุบันจะมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมาย ทั้งทางด้านกลศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และเทคนิคการแพทย์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการพัฒนาทางด้าน “วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ”กับสิ่งที่ “ปราศจากชีวิต” แต่นำมาปรับใช้กับการรักษามนุษย์ที่มี “ชีวิต” และ “จิตวิญญาณ” จึงอาจกล่าวได้ว่าการพัฒนาทางการแพทย์ที่ผ่านมานั้นมิได้เปลี่ยนแปลงจากอดีตมากนัก เนื่องจากมุมมองของแพทย์ผู้รักษานั้นมิได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะมุมมองและวิธีคิดของแพทย์แบบดั้งเดิมได้มองเห็นเพียงอาการและความเจ็บป่วยของผู้ป่วยเพียงด้านเดียวเท่านั้น แต่กลับมองข้ามประเด็นอันเป็นสาระสำคัญไป ส่งผลให้การรักษาเกิดข้อจำกัดมากมายรวมถึงขอบเขตของการรักษาที่เรายังไม่สามารถก้าวผ่านไปได้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้วงการแพทย์เสาะแสวงหา ศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีและศาสตร์ทางการแพทย์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่การพัฒนานั้นกลับดำเนินไปในด้านวัตถุนิยมเพียงด้านเดียวเท่านั้นจึงไม่สามารถพัฒนาการแพทย์สู่การบำบัด รักษา และเยียวยาได้อย่างแท้จริง
การแพทย์มนุษยปรัชญา คือ “การแพทย์ที่มีพื้นฐานจากการแพทย์เชิงวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันผสานกับองค์ความรู้ทางธรรมชาติและมนุษย์” เพื่อเสริมสร้างมิติในการรักษาเยียวยาร่างกาย พลังชีวิต และจิตใจ โดยที่ยังเคารพความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยอันเป็นพื้นฐานของการรักษา
ไลท์แอนด์วอร์ม คลินิกเวชกรรม จึงกำเนิดภายใต้เจตจำนงค์ของทีมแพทย์และนักบำบัด เพื่อมุ่งหวังเป็นคลินิกที่ทำการบำบัดรักษาด้วยการแพทย์มนุษยปรัชญาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รองรับผู้ที่ต้องการพิจารณาหนทางในการรักษาและบำบัดตามแนวทางมนุษยปรัชญาทางการแพทย์
“เฝ้าเพียรหาความจริงแท้การดำรงชีวิตในโลกวัตถุนิยม
แต่การเพียรหานั้นเพื่อให้เราไม่ชินชาต่อจิตวิญญาณ
เฝ้าเพียรหาจิตวิญญาณ แต่ไม่เพียรหาเพื่อความลุ่มหลงในโลกที่อยู่เหนือสัมผัส
แต่เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ ในการดำรงชีวิตเชิงปฏิบัติอย่างไม่เห็นแก่ตัว
ย้อนมองหลักการโบราณก่อนเก่า
วัตถุนั้นไม่เคยปราศจากจิตวิญญาณ และ จิตวิญญาณก็ไม่เคยปราศจากวัตถุ
ในทางที่เราอาจกล่าวได้ว่า เราจะกระทำทุกอย่าง ภายใต้แสงแห่งจิตวิญญาณ
และเราจะเพียรหาแสงนั้น แสงที่ปลุกความอบอุ่นของเรา ในทุกการกระทำของชีวิต”
=รูดอล์ฟ ชไตน์เนอร์=
ทีมงานไลท์แอนด์วอร์ม คลินิกเวชกรรม