“โยเกิร์ต” หลากคุณค่า ที่คุณคาดไม่ถึง

2023-01-07 00:28:42

“โยเกิร์ต” หลากคุณค่า ที่คุณคาดไม่ถึง

ความเป็นมาของ “โยเกิร์ต”

     หากมองย้อนไปเมื่อราว7,000 ปีที่แล้ว โยเกิร์ต (Yogurt) ได้ถือกำเนิดขึ้นจากชาวทราเซียน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษเก่าแก่ของชาวบัลแกเรียโดยการนำน้ำนมจากสัตว์เก็บรักษาไว้ในถุงที่ทำจากหนังแกะแล้วคาดไว้ที่เอว ความอบอุ่นจากร่างกายร่วมกับจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในหนังแกะ ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาการหมักขึ้นจนกระทั่งน้ำนมในถุงกลายสภาพเป็นโยเกิร์ต[1]

     ในอดีต...โยเกิร์ตผลิตจากน้ำนมดิบของสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น ม้า วัว ควาย แกะ ตามวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่ แต่ปัจจุบันในอุสาหกรรมการผลิตโยเกิร์ตนั้นใช้น้ำนมดิบจากวัวเป็นหลัก[2]และมีรสชาติหลากหลายทั้งแบบโยเกิร์ตธรรมชาติ (Plain Yogurt) และโยเกิร์ตที่มีการปรุงแต่งส่วนผสมเพิ่มเติม เช่น น้ำตาลและสารแต่งกลิ่นสังเคราะห์



ประโยชน์ของ “โยเกิร์ต”

     จุลินทรีย์ที่ใช้ในกระบวนการหมักโยเกิร์ตนั้น คือแบคทีเรียแลคโตบาซิลัส เอซิโดซิส และ สเตรปโตคอคคัส เทอร์โมฟิลลัส ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ได้ช่วยย่อยน้ำตาลแล็กโทสซึ่งเป็นน้ำตาลธรรมชาติที่อยู่ในนมให้เป็นกรดแล็กติก ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ(สามารถติดตามอ่านในหัวข้อ แล็กติกเพิ่มเติมได้) อีกทั้งยังทำให้โปรตีนนมเกิดการแข็งตัว มีภาวะกรด มีรสเปรี้ยว และกลายเป็นโยเกิร์ตที่มีเนื้อสัมผัสโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

     สำหรับโยเกิร์ตธรรมชาติ ที่ไม่มีการปรุงแต่งรสชาติหรือสารสังเคราะห์ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ได้แก่

          · อุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญ

          ในโยเกิร์ต 1 ถ้วยมีสารอาหารเกือบทุกชนิดที่ร่างกายต้องการ ได้แก่

          แคลเซียม      มีปริมาณมากถึง 49% ของความต้องการในแต่ละวัน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพฟันและกระดูก

          วิตามินบี       วิตามินบี12 และไรโบฟลาวิน(B2) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ช่วยป้องกันโรคหัวใจและความพิการแต่กำเนิดของท่อประสาท

          แร่ธาตุอื่นๆ    เช่น ฟอสฟอรัส 28% โพแทสเซียม 10% และแมกนีเซียม 12% ของความต้องการในแต่ละวัน แร่ธาตุเหล่านี้จำเป็นต่อกระบวนการทางชีวภาพหลายอย่าง เช่น ควบคุมความดันโลหิต เมแทบอลิซึม และสุขภาพของกระดูก

          อีกทั้งยังมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาล

          · มีจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร

          ในโยเกิร์ตบางชนิดมีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตหรือโปรไบโอติก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารอย่างมาก แต่ในโยเกิร์ตที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ซึ่งเป็นการอบด้วยความร้อนนั้นได้ฆ่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เหล่านี้จนหมด แต่สำหรับโยเกิร์ตบางยี่ห้อที่ติดฉลากว่ามี“เชื้อจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิต” ก็มักจะสูญเสียโปรไบโอติกไปบ้าง เนื่องจากอุณหภูมิในการเก็บรักษาและจากปัจจัยอื่น ๆ ได้

          จุลินทรีย์ที่พบในโยเกิร์ต ได้แก่ บิฟิโดแบคทีเรียและแลคโตบาซิลลัส มีคุณสมบัติช่วยลดอาการของโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยและส่งผลโดยตรงต่อลำไส้ใหญ่ อีกทั้งในงานวิจัยยังพบว่าโปรไบโอติกช่วยลดอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหารทั่วไป เช่น ท้องอืด ท้องเสีย และท้องผูก ได้อีกด้วย

           · เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

           การกินโยเกิร์ตเป็นประจำช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อไวรัส ไปจนถึงความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และจุลินทรีย์บางชนิดยังช่วยลดการอักเสบได้อีกด้วย

           และในผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าในบางกรณีโยเกิร์ตสามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคไข้หวัด เนื่องจากมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอันเป็นผลมาจากแร่ธาตุต่าง ๆ ได้แก่ แมกนีเซียม ซีลีเนียม และสังกะสี

เลือก “โยเกิร์ต” อย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

     หากต้องการรับประทานโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพนั้น การเลือกโยเกิร์ตธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่รสชาติหรือสารสังเคราะห์นั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถน้ำรับประทานร่วมกับผลไม้หรือธัญพืชได้ นอกจากนี้โยเกิร์ตที่ขายในท้องตลาดนั้นยังมีตัวเลือกมากมาย โยเกิร์ตไขมันต่ำสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมแคลลอรี และโยเกิร์ตไขมันเต็มที่มีแคลอรีมากกว่าแต่ก็อุดมไปด้วยสารอาหารและช่วยให้อิ่มท้อง


[1] The country that brought yoghurt to the world, BBC.Com, https://www.bbc.com/travel/article/20180110-the-country-that-brought-yoghurt-to-the-world

[2] เรื่องเดียวกัน